การจัดการกับข้อมูลมหาศาล (Big Data) ที่เกิดขึ้นในโรงงานอัจฉริยะ
ใน ระบบอุตสาหกรรม และโรงงานอัจฉริยะ เซนเซอร์และเครื่องจักรนับพันชิ้นผลิตข้อมูลสถานะและตัวเลขอุณหภูมิออกมาในระดับมิลลิวินาที ทำให้เกิดเป็นข้อมูลมหาศาล (Big Data) การจัดการและ ประมวลผลข้อมูลโรงงาน เหล่านี้เพื่อนำมาใช้ประโยชน์แบบทันท่วงที จึงจำเป็นต้องพึ่งพาสถาปัตยกรรมระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยและมีความเร็วสูง
ความแตกต่างและข้อดีของการประมวลผลบนคลาวด์และ Edge Computing
ในอดีต ข้อมูลทั้งหมดมักถูกส่งไปประมวลผลที่ศูนย์ข้อมูลส่วนกลางหรือ Cloud Computing ซึ่งมีข้อดีในด้านพื้นที่เก็บข้อมูลมหาศาลและความสามารถในการเทรนโมเดล AI ขนาดใหญ่ แต่สำหรับงานอุตสาหกรรมที่ต้องการความหน่วง (Latency) ต่ำ Edge Computing จึงเข้ามาตอบโจทย์ Edge Computing คือการย้ายการประมวลผลมาไว้ใกล้กับแหล่งกำเนิดข้อมูล (เช่น บนตัวควบคุมเครื่องจักร) ทำให้ระบบสามารถสั่งการหยุดเครื่องจักรได้ทันทีหากพบความผิดปกติ โดยไม่ต้องรอการส่งข้อมูลไปกลับจากคลาวด์
การออกแบบระบบไฮบริด (Hybrid System) ที่เหมาะสมสำหรับงานอุตสาหกรรม
เพื่อดึงจุดเด่นของทั้งสองเทคโนโลยี องค์กรส่วนใหญ่จึงหันมาใช้การออกแบบระบบไฮบริด (Hybrid System) โดยใช้ Edge Computing สำหรับประมวลผลคำสั่งที่ต้องการการตอบสนองแบบเรียลไทม์ในระดับเสี้ยววินาที และใช้ Cloud Computing สำหรับการเก็บข้อมูลระยะยาว นำมาทำ Data Analytics ข้ามสาขา และเทรนโมเดล AI CLA Tech มีความเชี่ยวชาญในการออกแบบและติดตั้งสถาปัตยกรรมเหล่านี้ เพื่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ Smart Factory อย่างแท้จริง
